|
บทบาทของประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกของอนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออล
ประเทศไทย โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้สัตยาบันเข้า ร่วมเป็นภาคีสมาชิกของอนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออล เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดในพิธีสาร มอนทรีออล ในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 โดยมีผลบังคับใช้กับประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2532
ด้วยสาเหตุสำคัญดังนี้
เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความร่วมมือกับนานาประเทศในการพิทักษ์
สิ่งแวดล้อมโลก
เพื่อป้องกันการขาดแคลนสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ซึ่งเป็นสารควบคุมในพิธีสารมอนทรีออ ล ที่ประเทศไทยต้องนำเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ
เพื่อป้องกันสินค้าส่งออกของไทยที่ยังคงบรรจุด้วยหรือผลิตด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนถูกกีดกัน
เพื่อให้อุตสาหกรรมของไทยที่ต้องเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนประเภทต่างๆ ในอนาคตอันใกล้สามารถขอรับความช่วยเหลือทางเทคนิคและทางการเงินจากกองทุนพหุภาคีเพื่อปฏิบัติตามพิธีสารมอนทรีออล ความช่วยเหลือดังกล่าวนอกจากจะทำให้ประเทศไทยสามารถเลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศ โอโซนตามพันธกรณีที่กำหนดในพิธีสารมอนทรีออลแล้ว ยังมีผลทางอ้อมในการเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมไทยปรับปรุงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าโลกสูงขึ้น
ทั้งนี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้จัดทำแผนงานและการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดใน พิธีสารมอนทรีออล ได้แก่
กำหนดให้สารควบคุมตามบัญชีท้ายพิธีสารมอนทรีออลเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใต้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ . ศ . 2535 ที่มีการควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวด
ให้การสนับสนุนการใช้สารทดแทนสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยการนำมาตรการด้านภาษีมาส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้สารทดแทนสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนมากขึ้น
ประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทดแทนแก่ภาคอุตสาหกรรมของไทย
จัดทำโครงการขอรับความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านเทคนิคจากกองทุน พหุภาคี โดยประสานงานผ่านองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก โครงการเพื่อการพัฒนาสิ่งแวดล้อม แห่งสหประชาชาติ (UNDP) เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรที่ใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนเป็นสารทดแทนในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ร่วมทั้งการฝึกอบรมสัมมนาและประชาสัมพันธ์
ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรระหว่างประเทศในการปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีพิธีสาร โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก
จัดสัมมนาเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ
จัดทำแนวทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม ในการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เช่น สนับสนุนให้ร้านซ่อมเครื่องปรับอากาศรถยนต์ใช้เครื่องกักเก็บและฟื้นฟูสภาพน้ำยาทำความเย็นในการซ่อมระบบปรับอากาศรถยนต์เพื่อลดการปล่อยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนสู่ชั้นบรรยากาศโอโซน เป็นต้น
|