โครงการจัดการสารเฮลอนและธนาคารเฮลอน
สารเฮลอนเป็นสารดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพในการดับไฟได้ดี แต่ยัง
มีศักยภาพในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนได้มากที่สุดถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับสารซีเอฟซี สารเฮลอนถูกจัดเป็นสารควบคุมตามพิธีสารมอนทรีออล
ภาคผนวก เอ กลุ่มที่ 2 ซึ่งประเทศภาคีสมาชิกจะต้องลดและเลิกใช้สารเฮลอนตามข้อกำหนดในพิธีสาร
เมื่อประเทศผู้ผลิตสารเฮลอนเลิกการผลิตตามระยะเวลาที่กำหนด
ในพิธีสาร ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ใช้ ย่อมได้รับผลกระทบจากการ
ขาดแคลนสารเฮลอนอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งราคาที่สูงขึ้นและผลกระทบต่อการป้องกันอัคคีภัยในสถานที่หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เครื่องดับเพลิงที่บรรจุ
สารเฮลอนด้วย ดังนั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว ประเทศไทยจึงได้จัดทำแนวทางลดและเลิกใช้สารดับเพลิงเฮลอนภายใต้ โครงการจัดการสาร
เฮลอนและธนาคาร เฮลอนเพื่อควบคุมปริมาณการใช้สารเฮลอน ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของพิธีสารรวมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการสารเฮลอนและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธนาคารเฮลอนภายในประเทศเพื่อสำรองและ
หมุนเวียนสารเฮลอนไว้ให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้ที่จำเป็นใน
ประเทศ
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 โครงการได้รับเงินช่วยเหลือจากกองทุนพหุภาคีและความร่วมมือแบบทวิภาคีกับประเทศสวีเดน ผ่านธนาคารโลก
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 420,750 เหรียญสหรัฐ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้ว่าจ้าง บริษัท ดาสเคม โฮลดิ้ง จำกัด เป็นที่ปรึกษาต่างประเทศ มีหน้าที่ให้ข้อมูล
แนะนำกรณีศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางแก่ที่ปรึกษาในประเทศ
ในการจัดทำโครงการ และได้ว่าจ้างบริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาในประเทศ เพื่อประสานการดำเนินงานร่วมกับบริษัทดาสเคม
โฮลดิ้ง จำกัด
ในการดำเนินโครงการได้วางแผนงานหลายขั้นตอน ทั้งการสำรวจข้อมูล จากผู้ใช้สารดับเพลิงเฮลอน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร และการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตลอดจนการศึกษาสารทดแทนที่มีอยู่ในตลาดโลก และความนิยมของตลาด เพื่อวางแนวทางการจัดการสารดับเพลิง
เฮลอนภายในประเทศให้มีความเหมาะสม จากการสำรวจพบว่าประเทศไทย
มีการสำรองสารดับเพลิงเฮลอน 1211 และ 1301 ไว้ ประเภทละ 50 ตัน
ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ในกลุ่มของผู้ใช้ที่จำเป็นได้ถึง 20 ปี และไม่มีความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งธนาคารเฮลอนไว้ภายในประเทศ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสารดับเพลิงเฮลอน (Electronic Database) ไว้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลซื้อขายสาร
ดับเพลิงเฮลอนทั้งในและต่างประเทศ โดยกำหนดให้มีการลงทะเบียน การซื้อขายทุกครั้ง จะช่วยให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการซื้อขายสารเฮลอนในประเทศได้ ศูนย์ข้อมูลสารดับเพลิงเฮลอนคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปีพ.ศ.2548 โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการออกประกาศ
กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมการนำเข้าสารดับเพลิงเฮลอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการสารดับเพลิงเฮลอนของประเทศไทย
|