เกี่ยวกับโครงการ

ความเป็นมา

                ตามที่ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2532  โดยมีพันธกรณีที่ต้องลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี พ.ศ. 2552 นั้น   ภายใต้ข้อกำหนดในพิธีสารฯ ได้มีการจัดตั้งเงินกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา ชื่อกองทุนพหุภาคี (Multilateral Fund)  เพื่อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาจัดทำโครงการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนแล้วเสนอขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ  โดยผ่านหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก  เป็นต้น  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่สามารถขอเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ นี้ได้

               กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้ขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากกองทุนพหุภาคีฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตไปใช้สารทดแทนที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนในอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ โดยเริ่มจากภาคการผลิต ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการใช้สาร CFCs ในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศรถยนต์  อุตสาหกรรมตู้เย็น/ตู้แช่ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์   อุตสาหกรรมโฟม  อุตสาหกรรมสเปรย์กระป๋อง  เป็นต้น จำนวน 101 โครงการและมีมูลค่ากว่า 35 ล้านเหรียญสหรัฐ  เป็นผลให้ปริมาณการนำเข้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนมีแนวโน้มลดลงไปประมาณร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าสูงสุดในปี พ.ศ. 2535

               สำหรับปริมาณการใช้/ การนำเข้าในขณะนี้  ส่วนใหญ่นำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงและใช้ในกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก  กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้ประสานกับธนาคารโลกจัดทำโครงการให้เงินช่วยเหลือขึ้นอีก โดยเน้นไปที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก  รวมถึงการเพิ่มศักยภาพของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการเพื่อลดและเลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยโครงการดังกล่าวมีชื่อว่า โครงการเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (National CFCs Phaseout Plan) ซึ่งกองทุนพหุภาคีฯ ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2544 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 14,728,626 เหรียญสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่า ประเทศไทยจะต้องควบคุมปริมาณการนำเข้าสาร CFCs, สารไตรคลอโรอีเทน (1,1,1 – Trichloroethane) และสารคาร์บอนเตตระคลอไรด์ (CTC) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดระหว่างประเทศไทยกับคณะกรรมการกองทุนพหุภาคีฯ และจะต้องออกมาตรการด้านกฎหมายควบคุมการใช้สารดังกล่าว

วัตถุประสงค์
1)   เพื่อลดปริมาณการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนให้เป็นไปตามข้อกำหนดในพิธีสารมอนทรีออลฯ  โดยไม่เกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม  หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมน้อยที่สุด

2)  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีโอกาสปรับปรุงเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดการค้าโลกสูงขึ้น

3)  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของร้านซ่อมบำรุงแอร์รถยนต์ และตู้เย็น ตู้แช่ต่างๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจในการซ่อมบำรุงที่ถูกต้อง   โดยการจัดให้มีการฝึกอบรม และให้เงินสนับสนุนในการจัดซื้อเครื่องมือในการซ่อมบำรุง

4)  เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบนำเข้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และป้องกันมิให้มีการนำสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนมาใช้โดยมิชอบ
 

กลุ่มเป้าหมาย
1) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในภาคการผลิต โดยการให้เงินสนับสนุนด้านการเงิน และเทคนิคแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซึ่งเป็นผู้ผลิตในจัดหาเครื่องมือ/อุปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปใช้สารหรือเทคโนโลยีทดแทนอื่นที่ไม่ใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมผลิตผลิตภัณฑ์สเปรย์กระป๋อง (Aerosol Sector)   ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนเป็นสารชะล้าง (Solvent Sector)  และภาคอุตสาหกรรมผลิตโฟม (Foam Sector)


2)  ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในภาคการให้บริการซ่อมบำรุง   โดยการจัดให้มีการฝึกอบรมผู้ประกอบการรายย่อย ได้แก่ ผู้ประกอบการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศรถยนต์ และผู้ประกอบการซ่อมบำรุงตู้เย็นที่ใช้ในบ้านเรือน และตู้เย็น/ ตู้แช่ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์  ให้รู้และเข้าใจวิธีการซ่อมบำรุงที่ถูกต้อง  และวิธีการเก็บกักสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนที่ยังเหลืออยู่ในเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ซ่อมบำรุง  ตลอดจนการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการซ่อมบำรุงให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่ผ่านการฝึกอบรม
  

3)  การเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  กรมการขนส่งทางบก  กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร   เป็นต้น   เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมกำกับการนำเข้า  และการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน


ระยะเวลาดำเนินโครงการ : พ.ศ. 2546 – พ.ศ. 2552 

 




 
ส่วนอนุรักษ์โอโซน { Ozone Protection Division }
สำนักสนธิสัญญาและยุทธศาสตร์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม 75/6 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2354 3409, 0 2202 4228, โทรสาร : 0 2202 4015, Email :
ozone@ozonediw.org