โครงการสาธิตการปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ (Chiller) ที่ใช้สาร CFC เป็นสารทำความเย็น
 |
วัตถุประสงค์
เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ
(Chiller) ที่มีอยู่ด้วยเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง
ไม่ใช้สาร CFCs เป็นสารทำความเย็น สามารถลดอัตราการใช้กระแสไฟฟ้าลงได้
และสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ประหยัดจากการลดอัตราการใช้กระแสไฟฟ้าลงได้
และสามารถนำค่าใช้จ่ายที่ประหยัดจากการลดอัตราการใช้กระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ
(CFC Chiller) มาใช้คืนกองทุนในการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
และเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีสาร CFCs เพียงพอต่อการซ่อมบำรุงเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ
ที่ยังมีอายุการใช้งานอยู่โดยการนำสาร CFCs ที่เก็บได้จากเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศที่ได้รับการ
ปรับเปลี่ยนกลับมาใช้ในการซ่อมบำรุงใหม่ ต่อไป
การดำเนินงาน
ในอาคารสำนักงาน จะมีการใช้ระบบปรับอากาศขนาดใหญ่โดยความเย็นจะส่งผ่านมาตามท่อ
เรียกสั้นๆว่า Chiller ความเย็นที่ได้นั้นเกิดจากการระเหยตัวของสารทำความเย็น
ก่อนที่จะถูกควบแน่นกลายเป็นของเหลวอีกครั้ง สารทำความเย็นที่ใช้ใน
Chiller นั้นมีอยู่หลายชนิด เช่น สาร CFCs สารHCFCs สารHFCs
และสาร Hidrocarbon
Chiller ประเภทที่ใช้สาร CFC เป็นสารทำความเย็น 1 เครื่องที่มีความสามารถในการทำความเย็นเฉลี่ยประมาณ
400 - 500 ตันความเย็นและต้องใช้สาร CFC ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อตันความเย็น
ดังนั้น Chiller 1 เครื่องจะใช้ซีเอฟซีทั้งหมดถึงประมาณ
500 กิโลกรัม ประเทศไทยมี CFC Chiller ประมาณ 1,500 เครื่อง
ดังนั้นถ้าหากมีการรั่วไหลของ CFC Chiller เพียงแค่ 10%
ต่อปี จะมีปริมาณ CFC Chiller รั่วไหลสู่ชั้นบรรยากาศโอโซนถึง
75,000 กิโลกรัม
กรมโรงงานอุตสาหกรรมร่วมกับธนาคารโลกและบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจัดทำโครงการเพื่อสาธิตการปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ
(Chiller)ที่ใช้สาร CFC-12 เป็นสารทำความเย็น โดยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้บริหารเงินโครงการเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ(Chiller)ที่มีศักยภาพต่อการปรับเปลี่ยนจำนวน
24 เครื่อง ในรูปแบบของเงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยในเบื้องต้นได้มีการกำหนดคุณสมบัติของ
CFC Chiller เข้าข่ายที่จะได้รับการพิจารณาในโครงการ ไว้ดังนี้
• เครื่อง
Chiller ที่มีอยู่เป็นแบบหอยโข่ง (Centrifugal Type) และใช้สาร
CFCs เป็นสารทำความเย็น
•
อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า (Power Consumption) ต้องมีค่าสูงกว่า
0.8 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
•
เครื่อง Chiller ที่มีความสามารถในการทำความเย็น (Cooling
Capacity) 500 ตันความเย็นหรือ มากกว่าจะได้รับสิทธิ์พิจารณาก่อน
•
ชั่วโมงการใช้งานสะสม (Cumulative Operating Hours) ต้องไม่เกิน
15 ปี
•
การปรับเปลี่ยน Chiller มีกำหนดระยะเวลาคืนเงิน (Payback
Period) ให้แก่กองทุนไม่เกิน 48 เดือน
เครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ (Chiller) ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว
จะต้องนำเงินที่ได้จากการประหยัดพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นในระบบปรับอากาศ
(Chiller) คืนสู่กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกและกองทุนพหุภาคี
ระยะเวลาดำเนินโครงการ
พ.ศ. 2544 - 2549 |
|
|